การดูแลเรื่องโภชนาการในผู้สูงอายุอย่างไร ถึงจะถูกต้อง

ปัญหาด้านโภชนาการของผู้สูงอายุนั้น เป็นปัญหาที่พบได้บ่อยมาก ผู้สูงอายุท่านใดที่ไม่สามารถรับประทานอาหารได้อย่างเต็มที่
อาจส่งผลเสียต่อสุขภาพได้ ซึ่งปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพที่เห็นได้อย่างชัดเจนก็คือ กล้ามเนื้อลีบ กระดูกบาง กระดูกพรุน โลหิตจาง
น้ำหนักลด ความจำเสื่อม อารมณ์แปรปรวน นอนไม่หลับ และไม่มีความสุขกับการใช้ชีวิต

สำหรับ วิตามิน และธาตุอาหารที่ผู้สูงอายุควรได้รับนั้นมีความจำเป็นอย่างมาก สำหรับผู้สูงวัย เนื่องจากร่างกายของผู้สูงอายุ ย่อมเสื่อมสภาพไปตามกาลเวลา หากไม่ได้รับการดูแลหรือเติมสารอาหารที่จำเป็นให้กับร่างกาย อาจจะทำให้ร่างกายยิ่งเสื่อมสภาพลงเร็วขึ้น แน่นอนว่าส่งผลเสียต่อสุขภาพในอนาคตอย่างมาก ดังนั้นจึงควรหันมาใส่ใจสุขภาพให้มากขึ้น ซึ่งวันนี้เราจะมานำเสนอข้อมูลที่เป็นประโยชน์เกี่ยวกับเรื่องนี้กันค่ะ ว่าวิตามินและธาตุอาหารที่ผู้สูงอายุควรได้รับมีอะไรบ้าง มาดูพร้อมกันเลยค่ะ

ดังนั้น คุณต้องดูแล เอาใจใส่เกี่ยวกับอาหารการกินของผู้สูงอายุ โดยเน้นอาหารที่ดีต่อสุขภาพ ควบคุมรสของอาหารไม่ให้จัดเกินไป แนะนำให้เสริมสร้างร่างกายด้วยวิตามิน หรืออาหารเสริมสำหรับผู้สูงอายุ ซึ่งเหมาะสำหรับผู้สูงอายุที่มีอาการเบื่ออาหาร และไม่ควรให้พวกท่านรับประทานไขมันหรือคาร์โบไฮเดรตมากเกินไป จะต้องแบ่งมื้ออาหารออกเป็น 5 มื้อต่อวัน โดยการเพิ่มผักและผลไม้ให้เหมาะสม พลังงานที่ผู้สูงอายุควรได้รับต่อวัน ผู้สูงอายุ ควรได้รับพลังงานอย่างเพียงพอในทุกวัน โดยวันละประมาณ 1,500 – 2,000 กิโลแคลอรี รับประทานให้ครบทั้ง 5 หมู่ และต้องมีความหลากหลาย ไม่ควรให้พวกท่านทานอาหารเดิม ๆ ซ้ำเป็นเวลาหลายวัน เพราะร่างกายอาจจะขาดสารอาหารบางตัวที่จำเป็นได้ค่ะ สารอาหารที่ผู้สูงอายุควรได้รับ

▪ โปรตีน ผู้สูงอายุควรได้รับโปรตีนวันละ 1 กรัมต่อน้ำหนักตัว (กิโลกรัม) ทั้งนี้ก็เพื่อรักษามวลกล้ามเนื้อให้แข็งแรงขึ้นค่ะ ผู้สูงอายุที่พบปัญหาเกี่ยวกับ         กล้ามเนื้อ แขน ขาลีบ อาจจะเกิดมาจากร่างกายขาดโปรตีนอย่างรุนแรง ทำให้มวลกล้ามเนื้อภายในร่างกายลดลง ส่งผลให้กล้ามเนื้อที่ใช้งานประจำ          ลีบนั่นเองค่ะ

▪ คาร์โบไฮเดรต ถึงแม้จะเป็นสารอาหารที่ให้พลังงานกับร่างกาย แต่ผู้สูงอายุก็ไม่ควรรับประทานในปริมาณที่มากเกินไปต่อวัน เพราะอาจจะทำให้เกิดการสะสมไขมันภายในหลอดเลือด เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดภาวะโรคอ้วน และโรคเบาหวานตามมาได้

▪ ไขมัน ผู้สูงอายุควรบริโภคแต่น้อย เพื่อให้ร่างกายได้รับกรดไขมันจำเป็น และวิตามินที่ละลายในไขมันเพียงพอ แต่ไม่แนะนำให้หยุดรับประทานไขมันนะคะ เพราะไขมันยังเป็นองค์ประกอบที่จำเป็นสำหรับร่างกายอยู่ดังนั้น ควรให้รับประทานอย่างเพียงพอ แต่ไม่ต้องมากเกินไป ถึงจะดีต่อสุขภาพ

▪ แคลเซียม แน่นอนว่า ผู้สูงอายุจำเป็นต้องได้รับแคลเซียมที่มากพอ เพื่อเพิ่มความแข็งแรงให้กับกระดูกและฟัน ทั้งนี้เมื่อเริ่มมีอายุมากขึ้น กล้ามเนื้อ กระดูก และส่วนต่าง ๆ ของร่างกายก็จะเสื่อมสภาพลง ทำให้กระดูกและฟัน แตกหักได้ง่าย ส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน ยิ่งหากร่างกายของผู้สูงอายุยังได้รับแคลเซียมที่น้อยมากอีก อาจจะทำให้กระดูกข้อต่อ เกิดพรุนและเปราะบาง ทำให้ไม่สามารถเคลื่อนไหวร่างกายได้คล่องเหมือนเดิม ซึ่งแคลเซียมที่ผู้สูงอายุควรได้รับคือ 1,000 มิลลิกรัม แนะนำให้ให้รับประทานอาหารที่เป็นแหล่งแคลเซียมสูง อย่างเช่น นมถั่วเหลือง นมสด และผลิตภัณฑ์จากนมอื่น ๆ ทุกมื้อ นอกจากนี้ ผู้สูงอาจจำเป็นต้องได้รับวิตามินต่าง ๆ ที่จำเป็นอย่างครบถ้วน รวมถึง ธาตุเหล็ก สังกะสี และเส้นใยอาหาร

วิตามิน และแร่ธาตุที่ร่างกายของผู้สูงอายุควรได้รับ

▪ วิตามิน C ร่างกายของผู้สูงอายุจำเป็นต้องได้รับวิตามิน C ในปริมาณที่มากพอ เพราะวิตามิน C มีส่วนช่วยในการดูดซึมธาตุเหล็กจากอาหาร ป้องกันเลือดออกตามไรฟัน และทำให้แผลหายเร็วขึ้น แหล่งอาหารที่อุดมไปด้วยวิตามิน C ได้แก่ มะละกอ มะม่วง ส้ม และผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ ผู้สูงอายุควรรับประทานผัก และผลไม้ที่อุดมไปด้วยวิตามิน C แบบสด ๆ เป็นประจำทุกวัน โดยต้องรับประทานอย่างน้อย 2 มื้อต่อวัน

▪ วิตามิน B12 ส่วนประกอบที่สำคัญในการสร้างเม็ดเลือดแดง และเซลล์ระบบสมอง เส้นประสาท หากร่างกายของผู้สูงอายุขาดวิตามิน B12 เป็นเวลานาน ๆ อาจทำให้เกิดโรคโลหิตจาง และเสี่ยงต่อการภาวะความจำเสื่อมได้เร็วกว่าผู้สูงอายุที่ร่างกายได้รับวิตามิน B12 เป็นประจำ แนะนำให้ผู้สูงอายุรับประทานไข่ไก่วันละ 1 ฟอง ก็จะช่วยให้ร่างกายได้รับวิตามิน B12 อย่างสม่ำเสมอ แต่ควรจะรับประทานอาหารอื่น ๆ ที่อุดมได้วิตามิน B12 อย่างเช่น ปลา โยเกิร์ต และเนื้อสัตว์ทุกชนิดร่วมด้วย เพื่อให้ร่างกายได้รับสารอาหารครบถ้วน

▪ วิตามิน E มีสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยป้องกันเซลล์ในร่างกายเสื่อมสภาพจากอายุที่เพิ่มขึ้น หากร่างกายของผู้สูงอายุได้รับวิตามิน E น้อย อาจส่งผลให้เซลล์ภายในร่างกายเกิดความเสื่อมสภาพลงอย่างรวดเร็ว รวมถึงเซลล์ผิว ทำให้ผิวเหี่ยวย่น และแก่ก่อนวัยได้ ▪ วิตามิน A ช่วยป้องกันการเสื่อมสภาพของสายตาผู้สูงอายุ ช่วยการเจริญเติบโตของเนื้อเยื่อ และระบบภูมิคุ้นกันของร่างกายให้ดีขึ้น การที่ผู้สูงอายุขาดวิตามิน A เป็นเวลานาน อาจจะทำให้สายตาเสื่อมสภาพอย่างรวดเร็ว เป็นผลให้สายตาแย่ลง ส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันได้ค่ะ

▪ วิตามิน D สามารถช่วยในการดูดซึมแคลเซียม และป้องกันโรคที่เกี่ยวกับกระดูก โดยปกติแล้วร่างกายสามารถสังเคราะห์วิตามิน D ได้เมื่อได้รับแสงแดด สำหรับผู้สูงอายุบางท่านอาจจะมีโอกาสได้รับแสงแดดน้อย เนื่องจากผู้สูงอายุส่วนมากไม่ค่อยได้ออกไปไหนมาไหนนอกบ้าน จึงเป็นผลให้ร่างกายไม่สามารถสร้างวิตามิน D ได้อย่างเพียงพอ แนะนำให้รับประทานอาหารประเภทธัญพืช เห็ด และดื่มนมที่เสริมด้วยวิตามิน D เป็นประจำค่ะ เพื่อให้ร่างกายไม่ขาดสารอาหารจำเป็น

▪ โพแทสเซียม มีหน้าที่รักษาระดับความดันโลหิต ให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ ช่วยให้ระบบกล้ามเนื้อ และระบบประสาททำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น นอกจากนี้โพแทสเซียมยังมีส่วนช่วยในการรักษาสมดุลของของเหลวในร่างกาย ให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมอีกด้วย ดังนั้นแนะนำให้ผู้สูงอายุรับประทานอาหารที่อุดมไปด้วย โพแทสเซียมเป็นประจำทุกวัน ซึ่งแหล่งอาหารที่อุดมไปด้วยโพแทสเซียมก็คือ กล้วย ส้มและมะเขือเทศ

▪ แมกนีเซียม ถือเป็นแร่ธาตุที่สำคัญต่อกระบวนการทำงานภายในร่างกายหลายระบบ ไม่ว่าจะเป็นระบบภูมิคุ้มกัน ระบบประสาท ระบบกล้ามเนื้อ หัวใจ และกระดูก แมกนีเซียมจะพบมาในผักใบเขียว และถั่วต่าง ๆ หากผู้สูงอายุรับประทานอาหารที่อุดมไปด้วยแมกนีเซียม ก็จะทำให้ร่างกายแข็งแรง สามารถใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขมากขึ้นอีกด้วยค่ะ

▪ ธาตุเหล็ก ซึ่งแน่นอนเมื่อเริ่มมีอายุเพิ่มขึ้น ระบบการทำงานต่าง ๆ ภายในร่างกายจะทำงานได้อย่างไม่เต็มที่ ส่งผลให้อวัยวะต่าง ๆ เกิดความเสื่อมสภาพอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้การผลิตเม็ดเลือดในร่างกายลดลงตามไปด้วย ดังนั้นผู้สูงอายุจะต้องได้รับธาตุเหล็กในปริมาณที่เพียงพอ

▪ นอกจากนี้ร่างกายยังของผู้สูงอายุยังต้องการเส้นใยอาหารในปริมาณที่สูง เพื่อให้ระบบขับถ่ายทำงานได้เป็นปกติ สำหรับผู้สูงอายุที่มีปัญหาเกี่ยวกับระบบขับถ่าย แนะนำให้ดื่มน้ำมาก ๆ เพื่อช่วยให้ระบบย่อยอาหารดีขึ้น การดื่มน้ำในปริมาณที่มากจะช่วยกระตุ้นให้ระบบขับถ่ายทำงานดีขึ้นอีกด้วยค่ะ ดังนั้นเพื่อให้ผู้สูงอายุมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง สามารถดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ ในแต่ละวันได้อย่างมีประสิทธิภาพ การใส่ใจดูแลเรื่องสุขภาพ และการได้รับสารอาหารที่ครบถ้วนย่อมเป็นสิ่งที่ดี เพราะนอกจากจะช่วยชะลอความเสื่อมสภาพของร่างกายแล้วยังช่วยให้ผู้สูงอายุมีชีวิตชีวา อายุยืนยาวมากยิ่งขึ้นอีกด้วยค่ะ

ที่มา : www.seniorbalance50.com